อ๊ะโฮะ!!!

posted on 20 Apr 2009 16:18 by ilovebd

อุ้ยย!! อาจารย์ป๊อกเข้ามาให้กำลังใจด้วยย  เย้ๆๆๆๆ อาจารย์ขาาา ออมมี่สบายดีค๊า ไม่เป็นอะไรมากมาย แค่ตอนนั้นไม่มีอะไรให้ทำเลยเวิ้นเว้ออออไปนิดไปหน่อย แบบว่าตอนนั้นว่างมากก พี่ๆๆเค้าไม่มีงานให้ทำ ออมก้อเอาแต่นั่งเล่นเน็ตงี้ พอคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมมัวแต่นั่งเล่นเน็ต แทนที่จะนั่งอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม พอคิดได้งั้นก็เลยเอาหนังสือมาอ่าน อ่านได้บรรทัดเดียว ก็ง่วง พอง่วงก็ไปหาหนมเหนิมไรมากิน กินเสร็จมาอ่านต่อ ก็อ่านได้ 2 3 บรรทัด ก็ง่วงอีก คือสติหลุดไปไหนไม่รู้แล้ว พยามถามพี่ทุกคนทุกฝ่ายในออฟฟิศว่าใครมีอะไรให้ทำบ้าง ก็ไม่มีใคมีอะไรให้ทำ ทุกคนก็ว่างๆกันทั้งนั้น รอลูกค้าฟีดเบคกลับมากันอยู่ พี่คนนึงก็เอาข่าวมาให้อ่านแล้วสรุปทำ grouping ให้เค้า ก็เอาอีกแหละ อ่านได้นิดๆหน่อยๆปวดหัว คิดอะไรไม่ออก นั่งจ้องมันอยู่บรรทัดเดียว 10  20 นาที มันแบบไม่มีสมาธิเอามากๆเลย (คือออมเป็นคนสมาธิสั้นอ่ะค่ะสมาธิจะมาเป็นช่วงๆ ช่วงไหนมาคือช่วงกอบโกย รีบทำรีบคิด ถ้าสมาธิหมดเมื่อไหร่ก็ตื้อไปเลย แต่เดี๋ยวนี่มันไม่มาซักช่วงเลยหน่ะสิคะอาจารย์ แฮะๆ :P) เมื่อก่อนความคิดรวดเร็ว ไอเดียปรู๊ดปร๊าด แค่คิดวิเคราะห์ข่าวแค่เนี๊ยยแป๊บเดียวก็เสร็จ แต่งานนี้ได้มา 4 วัน แล้วยังไม่เสร็จซะที ทำงานได้อย่างเชื่องช้ามาก ก็กลัวเค้าจะว่าเอา เลยจะพยามให้มากขึ้นให้สมกะที่อุตส่าห์ดิ้นรนจนได้ที่ฝึกงานอ่ะค่ะ ^^"    

แล้วอีกอย่างนึง ออมเป็นคนพูดเก่งม๊ากกกกกกกกที่สุด พูดทั้งวัน พูดทุกที่ พูดตลอดเวลา พูดๆๆๆๆๆ คุยเก่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนกรามแทบค้างทุกวัน แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้ว เงียบบบบฉี่~ เป็นวันๆเลยอ่ะค่ะอาจารย์ เหง๊าเหงา เลยต้องมาพูดใส่บล็อกแทน คือพี่ๆเค้าทำงานเค้าก็คุยกันแบบเป็นงานเป็นการ เพื่อนที่ฝึกงานด้วยกันคนนึง(เด็กศิลปากร) ก็นั่งห่างกันไปไกลสุดกู่ หน้าออฟฟิศคน หลังออฟฟิศคน เลยอึดอัดดดด แต่พี่ๆเค้าก็คุยดีนะคะอาจารย์ ตอนกลางวันจะเป็นเวลาหรรษามาก คุยกะพี่ๆในโต๊ะอาหาร นั่งแท๊กซี่คันเดียวกัน 7 8 คนไปกินข้าวมันไก่ประตูน้ำ อะไรอย่างงี้ ก็สนุกดี แต่มันก็เกร็งๆ ไม่เหมือนอยู่กับเพื่อน พี่เค้าถามอะไรเราก็จะบอกว่า อะไรก็ได้ค่ะ ยังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่ๆค่ะ นู่นนี่นั่น ฟิววเกรงใจเว่อร์อ่ะคะอาจารย์ แต่เวลาคุยก็คุยกันดี เริ่มตบมุกกันทันแล้ว 555

 

ตอนนี้เปิดมาหลังสงกรานต์ เฮ้ออ~ สงสัยหยุดยาวเกินเลยขี้เกียจตัวเป็นขน ไอ้ช่วงไม่มีงานทำก็นั่งโคตรแกร่ววพอมีงานทีงี้ บานตะไทเลยงานนั่นงานนี่กองเต็มไปหมด ดีแหละจาได้คิดๆอยู่ตลอดเวลา กระตุ้นเซลล์สมองนะ ฮ่าๆๆ ตอนนี้ออมทำงานที่เค้าเรียกว่า visual audit อยู่ค่ะ แบบดูว่าแต่ละธนาคารเค้าทำโฆษณาอะไร ยังไงบ้าง แล้วก้อเอามาวิเคราะห์ มันก็พอทำได้ แต่ก็ยากเหมือนกัน ข้อมูลตีกันยุ่งไปหมด เรียบเรียงเอาออกมาทำสไลด์ไม่เป็น วันนี้ก็อโอเคแล้ว คิดอะไรได้เรียบร้อย พอจัดการข้อมูล ก็เหลือเอามาพิมพ์ใส่สไลด์ แล้วก็วิเคราะห์ message, target ,mood&tone นิดหน่อย  แต่ปัญหาคือ มันเยอะมากๆๆๆๆๆ ทำสามธนาคาร แล้วแต่ละธนาคารมีทั้ง TVC ,Print ad, รวมไปถึง below the line อีกมากมาย ออมต้องทำทั้งหมดนั่นเลยแหละค่ะ ก็ดีค่ะ ดีที่มีไรทำ ไม่ต้องนั่งเฉยๆ ก็ค่อยๆทำไปพี่เค้าก็ไม่ได้เร่งอะไร

 

โหหหบ่นมาซะมากมาย เรื่องของตัวเองทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ ยังงี้แหละค่ะ ไม่รู้จาพูดกะไคก็มาพูดกะบล็อก ขอบคุณนะคะอาจารย์ที่เป็นห่วง ^___________________^

คราวหน้าถ้าไม่ลืม จาเอารูปโต๊ะทำงานของหนูมาอวดนะค้า

edit @ 20 Apr 2009 17:16:43 by AOMSIN

edit @ 20 Apr 2009 17:36:08 by AOMSIN

ง่ายเกินไป

posted on 07 Apr 2009 15:26 by ilovebd

อุตส่าห์นะอุตส่าห์ ..

อุตส่าห์ได้เข้ามานั่งทำงานที่บริษัทที่ยิ่งใหญ่

อุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจาหาที่ฝึกงานได้

อุตส่าห์บนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่านราชประสงค์ให้ช่วยเหลือ

อุตส่าห์ได้เจอคนดีๆหยิบยื่นโอกาสให้

อุตส่าห์โชคชะตาบันดาลฟ้าลิขิตให้มาอยู่ที่นี่

อุตส่าห์ดวงช่วยแท้ๆ

 

แต่ทำไม....ขี้เกียจ ไม่มีสมาธิ ไม่ตั้งใจ ไม่พยาม ไม่มุ่งมั่น ให้สมกับที่อุตส่าห์หว่ะ > <

สงสัย ได้มา ง่าย..เกินไป!!!!!!

 

 

 

empty mode

posted on 02 Apr 2009 09:44 by ilovebd

กลับสู่โหมดว่างอีกแล้ว ฮ่าๆๆ สังเกตได้จากการอัพบล็อคถี่ๆ มะวานว่างสุดๆไม่มีงานทำเลย ย้ำ ไม่มีงานทำเลย ได้ทำไรนิดๆหน่อยๆ เช่น ไฮไลท์คำศัพท์ให้พี่ ถ่ายเอกสาร สองสาม หน้า หารูปกีฬา extreme ต่างๆ นั่งอ่านหนังสือ แล้วแปลให้พี่ฟัง (คือพี่ supervisor ของเราเค้าเป็นคนฮ่องกง พูดฟังภาษาไทยได้ แต่อ่านกับเขียนไม่ออก เราเลยต้องอ่านจับใจความจากพวกหนังสือ brandage แล้วเล่าให้พี่เค้าฟัง  สนุกดีเราชอบงานนี้ !!) นอกนั้นนั่งว่างมากก  ว่างถึงขนาดนั่งอ่านคอมเม้น hi5 ย้อนหลังของตัวเองเกือบสองพันได้หมด

แต่เราก้อเข้าใจเค้า คืองานมันเร่งมากก พี่เลยไม่มีเวลาสอนประกอบกับเรายังทำอะไรไม่ค่อยเป็น แม่บอกว่าว่างนักก็อ่านหนังสือ หาความรู้ไป เราก็ทำแล้ว แต่แบรนด์มันเป็นอะไรที่เข้าใจยาก เราอ่านหนังสือเล่มนึง The 360 Degree Brand In Asia ซึ่งพี่เค้าก้อแนะนำให้อ่าน รู้สึกได้ถึงความเครียดและกดดัน เพราะมันเข้าใจยาก และช่วงนี้ที่เราเคยบอกว่ามันเป็นช่วงสมองฝ่อของเรา เราเลยไม่เข้าใจ นั่งเงียบๆโดยไม่ลุกไปไหน และพยามอ่านเล่มนี้อยู่ 4 ชม ครึ่ง จะตายเอา....

สมาธิ เป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ตอนเด็กๆสมาธิดีอ่านหนังสือมากมาย เพราะตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีขนาดนี้ แล้วก้อไม่มีคอมเล่น ความรู้รอบตัวเลยสะสมเยอะ โตมาวิถีชีวิตล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนมากขึ้น เล่นคอมมากขึ้น เล่นทั้งวัน เล่นไฮ5 เฟสบุ๊ค เล่นเกมส์ แชท และอีกมากมาย เป็นตัวสำคัญที่ทำให้สมาธิหายไป ความรู้ที่สะสมมาก็ใช้หมดแล้ว เรียกว่าหมดบุญเก่านั่นเอง โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแต่ไม่มีสิ่งใหม่ๆรับเข้ามาเลย ทำให้กลายเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องราวใดๆทั้งสิ้น รู้แค่ว่า วันนี้ไคมาเม้นไฮ5บ้าง มีเกมส์ไรอัพเดตบ้าง หรือของ ร้าน pet shop ใน pet society มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเพิ่มบ้าง วันๆรู้แค่นี้ แล้วจะพอยาไส้อะไร ไม่ใช่เด็กอนุบาล !! บอกแม่ว่า ไปแม่..นั่งวิปัสนากรรมฐานกัน!! 

 

 และเมื่อวานไปเจอนึงคนที่เคยหลงหัวปักปำ...ทำไมต้องยอม ต้องเอาใจขนาดนั้นด้วย นั่งรอได้ตั้งเกือบ สอง ชม. เดินตามโดยไม่บ่นทั้งที่เจ็บเท้าจะตาย ช้านไม่ใช่คนยังงั้นนะ ไม่เคยนั่งรอไค ไม่เคยใส่ใจไค ไม่เคยยอมไคที่ไม่เห็นค่า หรือกลับมาหาเพราะไม่มีไค  คิดแล้วงุดงิดหว่ะ ปากพูดยังงี้แต่พอโทมาทีไรก้อพูดจาคะขาใส่ทุกที

เซงงตัวเอง อย่างงี้นี้เล่า สมาธิถึงไม่มี..

edit @ 2 Apr 2009 10:28:12 by AOMSIN